วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

จัดทำโดย นาย ธีระวัฒน์ มนต์ชะติน เลขทะเบียน 5001103121
เรื่อง เพ่งสัญญาณบวกครึ่งหลังปี 52 เอกชนลุ้นจาก'ยัน'เป็น'ยืน'
ในที่สุดเศรษฐกิจไทยก็สามารถประคองตัวเอง ผ่าน 6 เดือนแรกของปี 2552 ไปแล้ว แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ทุลักทุเล และต้องฝ่าผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซึ่งนับว่าส่งผลหนักหน่วงที่สุดต่อภาคส่งออกของไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ยังเป็นที่คาดหวังว่า ปลายอุโมงค์ที่มืดมิด มีโอกาสเห็นแสงสว่างรำไรในครึ่งหลังของปีนี้ กูรูทุกวงการต่างฟันธงว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปี 2552 จะหดตัว หรือจีดีพี ติดลบ (รายละเอียดในตาราง) แต่หากดูภาพเคลื่อนไหวเป็นรายไตรมาสแล้ว ต้องนับว่ามีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจเบรกตัวรุนแรงสุดในไตรมาสแรกของปี และนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เป็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยในวิกฤติครั้งนี้
นายเอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์ คณบดี NIDA Business School ไตรมาสแรกจีดีพีหดตัวแรงสุดที่ -7.1 % ไตรมาสสองยังหดตัวต่อแต่น้อยลงที่ -6.8 % และคาดการณ์ว่าไตรมาสสามยังคงติดลบที่ -4.5% แล้วพลิกเป็นบวกในไตรมาสสี่ที่ 1.5 %
-จับตาสัญญาณฟื้น
การประเมินทิศทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังดังกล่าว สอดคล้องกับแนวโน้มการส่งออก แม้ตัวเลขการส่งออกยังคงทรุดต่ำต่อเนื่องตลอด 5 เดือนแรกที่ผ่านมา แต่ในภาคการผลิตหลายแห่งเริ่มมีคำสั่งซื้อใหม่ ๆ เข้ามาบ้างแล้ว ทั้งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มยานยนต์ แม้ว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวหลายฝ่ายยังจับตาอย่างใกล้ชิดว่า เป็นการสั่งซื้อไปทดแทนสต๊อกสินค้าที่ลดต่ำลง จากการสั่งหยุดการใช้จ่ายในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยระหว่างนี้ได้ใช้สินค้าคงคลังไปก่อนจนลดต่ำถึงจุดที่ต้องสั่งมาเพิ่มเติม จึงยังเป็นการฟื้นตัวที่เปราะบาง จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะแน่ชัดว่า เป็นคำสั่งซื้อเพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคที่กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกันทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมก็เป็นไปในทิศทางที่ฟื้นตัวเช่นกัน นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ชี้แนวโน้มของดัชนีตัวนี้ว่า การติดลบของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมน้อยลงเป็นลำดับตลอดสี่เดือน จากเดือนมกราคม - 25.6 %, เดือนกุมภาพันธ์ -23.07 % ,เดือนมีนาคม -17.74 % ,เดือนเมษายน -12.84 % ถือว่าการฟื้นตัวเริ่มใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ
-ธปท.ชี้ความเชื่อมั่นศก.ตั้งหลัก
สอดคล้องกับการประเมินผลและแนวโน้มเศรษฐกิจในมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยนางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงภาพรวมดัชนีชี้เศรษฐกิจไทยที่สำคัญอย่างเป็นทางการเมื่อ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยชี้ว่า เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคมทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน แม้ยังหดตัว แต่มีอัตราการหดตัวที่ชะลอลงและเริ่มทรงตัวได้ โอกาสที่เศรษฐกิจจะตกต่ำกว่านี้มีน้อยลง
นอกจากนี้แล้วดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนพฤษภาคม ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 39.2 ในเดือนเมษายน ขึ้นไปเป็น 45.4 จากผลการปรับตัวดีขึ้นขององค์ประกอบเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะการผลิต ที่มีองค์ประกอบต่าง ๆ กลับมาอยู่ในระดับเชื่อมั่นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน และการปรับตัวดีขึ้นของคำสั่งซื้อและผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนพฤษภาคม ที่ยังต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ยังย่ำแย่อยู่
แต่เมื่อพิจารณาแนวโน้มดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผลสำรวจของเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 50.2 เทียบกับ 46.0 ในการสำรวจเมื่อเดือนเมษายน แสดงถึงการปรับตัวทางบวก และเป็นระดับความเชื่อมั่นทางธุรกิจของผู้ประกอบการที่ไต่เหนือระดับ 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน จากการปรับตัวดีขึ้นขององค์ประกอบเกือบทุกด้านของภาคผลิต อาทิ คำสั่งซื้อ ผลประกอบการ เป็นต้น ยกเว้นแรงกดดันต้นทุนการผลิตบางตัว เช่น ราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนว่า
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงกังวลต่อความเปราะบางของภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในประเทศ
-หวังงบรัฐขับเคลื่อนศก.
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจยังต้องได้รับการพยุงจากรัฐบาล ที่ต้องเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งพยุงการบริโภคไม่ให้ทรุด ขณะเดียวกันภาคเอกชนที่ยังอ่อนแอก็ต้องได้รับการผลักดันหรือพยุงจากรัฐบาลเช่นกัน โดยอีก 18 เดือนข้างหน้า รัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโครงการลงทุนระยะที่ 2 ทั้งเม็ดเงินลงทุน 4 แสนล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องดูแลให้งบประมาณเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องกับการดำเนินงานระยะแรก
"ครึ่งหลังถ้าเร่งการลงทุนและเอกชนลงทุนตาม ความต้องการในประเทศผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยไตรมาสที่ 3 น่าจะเริ่มเห็นความต้องการในประเทศเร่งตัวแทนภาคการส่งออกที่ติดลบได้ ขณะที่ไตรมาส 4 จีดีพีแนวโน้มดีน่าจะเป็นบวก"
-ภาคท่องเที่ยวยังมืดสนิท
ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เคยให้ความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ว่า แม้ล่าสุดจะเริ่มมีสัญญาณว่า การผลิตอุตสาหกรรมและการส่งออกน่าจะใกล้จุดต่ำสุดแล้ว แต่ความเสี่ยงจากการหดตัวของภาคการท่องเที่ยวยังมีอยู่
โดยที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศตลอดปี 2552 อาจลดลงถึง 15% เทียบกับปีที่ผ่านมา ในขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวอาจลดลงถึง 20% ซึ่งนับว่าหดตัวรุนแรงกว่าช่วงที่เกิดโรค SARS ในปี 2546
สำหรับ GDP ที่หดตัวถึง 7%ในไตรมาสแรกใกล้เคียงกับที่ทางศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจคาดการณ์ไว้ โดยส่วนใหญ่มาจากการหดตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกโดยมองว่า ตัวเลขจีดีพีน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้ จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาครัฐของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าตัวเลขจีดีพีทั้งปี 2552 จะติดลบประมาณ 5% เทียบกับปีที่ผ่านมา
-ซีพีเอ็นฯเห็นบวกสุด ๆ
ส่วนวงการค้าปลีกนั้น นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (บมจ.) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา , เซ็นทรัล เฟสติวัล และเซ็นทรัล เวิลด์ ให้ความเห็นว่า แม้เศรษฐกิจปีนี้จะตกต่ำมาก แต่ถือว่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปี 2540 ขณะที่ผลงานของรัฐบาลเอง ถือว่าเป็นภาพลักษณ์ใหม่ที่แตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต โดยรัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจทำงาน ว่องไว รวดเร็วกว่าเดิมเยอะ ทำให้เห็นมาตรการใหม่ ๆ และเชื่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น
"การเมืองที่นิ่ง งบประมาณที่ผ่านแล้วจะถูกนำมาใช้ ซึ่งเหล่านั้นจะค่อยๆ ไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ทำให้เชื่อว่าเดือนก.ย. - ต.ค. นี้เศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น และจากเงินของรัฐบาลที่เข้ามาจะช่วยจุดประกายให้เอกชนคิดลงทุน เกิดการจ้างงาน คนมีรายได้ กำลังซื้อ การจับจ่ายก็จะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา"
ส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นบิ๊กซีพีเอ็นเห็นในมุมบวกว่า จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นักท่องเที่ยวจะค่อย ๆ เดินทางกลับเข้ามา ทุกอย่างจะดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4 หลังจากที่เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ก็จะค่อย ๆ ขยับขึ้น ดังนั้นเมื่อมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลเองควรจะต้องเตรียมพร้อมในการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส ให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่กำลังจะกลับมาในอนาคตอันใกล้
"แม้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะส่งสัญญาณที่ดี แต่การจะทำให้ฟื้นตัวต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี ต่างจากเศรษฐกิจในเอเชียที่ใช้เวลาฟื้นตัวได้เร็วกว่า และที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบที่น้อยกว่า อีกทั้งเอเชียยังมีจีนและอินเดีย ซึ่งประชากรทั้งสองประเทศรวมกันแล้วคิดเป็นสัดส่วน 50% ของทั้งโลก จึงถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อมสุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะเร่งพัฒนาธุรกิจรองรับ การเข้ามาของนักลงทุนจากยุโรปที่จะหันมาลงทุนในแถบเอเชีย"
-แขม่วท้องเดินอีกครึ่งทางหลังในปี 52
แวดวงเศรษฐกิจธุรกิจเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยผ่านภาวะต่ำสุดในวิกฤติเศรษฐกิจคราวนี้ไปแล้ว และมีแนวโน้มการผงกหัวขึ้นของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง หากแต่สัญญาณบวกดังกล่าวยังเปราะบางและแผ่วเบาเต็มที เพราะสัญญาณดังกล่าวยังไม่แน่ใจว่า สะท้อนการฟื้นตัวโดยพื้นฐาน คือ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และการตัดสินใจขยับเพิ่มการลงทุนของภาคเอกชน จากที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้ออย่างแน่ชัดแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น ในท่ามกลางสัญญาณบวกการฟื้นตัวเวลานี้ ปัจจัยเสี่ยงก็ก่อตัวขึ้นพร้อมกันไป ทั้งราคาน้ำมันที่ตั้งท่าปรับขึ้นอีกครั้ง แต่ก็เป็นไปอย่างช้า ๆ และสอดรับกับพื้นฐาน ขณะที่ในเมืองไทยเองปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง ยังเป็นตัวแปรที่ไม่มีใครคาดเดาได้ เพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ได้สร้างกฎเกณฑ์ใหม่ให้สังคมได้รับรู้ว่า อะไรที่คิดว่าจะไม่เกิดมีสิทธิ์เกิดได้ทั้งนั้น
เมื่อแสงไฟจากดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจบางตัวเริ่มจุดติดบนลำเทียนผ่านครึ่งปีที่มืดมิด แต่อีกครึ่งทางหลังของปี 2552 ที่เห็นโอกาสจะขยายเปลวไปให้จุดฟืนเศรษฐกิจกองอื่น ๆ ให้สว่างโพลงขึ้นต่อไป นั้น นับเป็นการเดินประคองเปลวเทียนในพายุที่ต้องระวังทุกย่างก้าว
คำถาม
1.ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) คือใคร

2.ในธุรกิจภาคการท่องเที่ยวมีผลกระทบอย่างไร

3.ผลงานของรัฐบาลชุดนี้ถือว่าเป็นอย่างไร

3 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบ
    1. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร
    2. สัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคมทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน แม้ยังหดตัว แต่มีอัตราการหดตัวที่ชะลอลงและเริ่มทรงตัวได้ โอกาสที่เศรษฐกิจจะตกต่ำกว่านี้มีน้อยลง
    3. เป็นไปอย่างช้าๆ

    โดย น.ส.อัญชลี พึ่งโพธิ์ทอง ID 5001103128

    ตอบลบ
  2. 1. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร
    2. สัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคมทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน แม้ยังหดตัว แต่มีอัตราการหดตัวที่ชะลอลงและเริ่มทรงตัวได้ โอกาสที่เศรษฐกิจจะตกต่ำกว่านี้มีน้อยลง
    3. เป็นไปอย่างช้าๆ

    นาย พชร ชันรัตน์ประภากุล 5001203024 c2/2

    ตอบลบ
  3. 1. นายอาทิตย์ วุฒิคะโร
    2. สัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคมทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน แม้ยังหดตัว แต่มีอัตราการหดตัวที่ชะลอลงและเริ่มทรงตัวได้ โอกาสที่เศรษฐกิจจะตกต่ำกว่านี้มีน้อยลง
    3. เป็นไปอย่างช้าๆ

    นาย เจน จงจันสี เลขทะเบียน 5001103124

    ตอบลบ